Latest Posts
ViewPoint_MFM_doctor_nurse

หมอMFMคืออะไร?

  • 0 comments

สวัสดีค่ะ วันนี้จะขอมาแนะนำให้แฟนเพจได้รู้จักหมอ MFM ที่มีชื่อเต็มในภาษาไทยว่า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ หรือในภาษาอังกฤษเรียกแพทย์กลุ่มนี้ว่า Maternal Fetal Medicine Specialist พูดง่ายๆก็คือสูติแพทย์ที่ทำการศึกษาต่อยอดภายหลังจากที่จบการฝึกอบรมสูติศาสตร์นรีเวชวิทยาแล้ว ซึ่งการศึกษาต่อยอดนี้ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 2 ปีด้วยกัน ในระหว่างการฝึกอบรมงานหลักๆที่ได้รับมอบหมายคือ • การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงหรืออัลตร้าซาวด์เพื่อประเมินทารกในครรภ์โดยมีระดับความละเอียดของการตรวจสูงขึ้นจากการตรวจอัลตร้าซาวด์ทั่วไปเนื่องจากเป็นผู้ให้คำปรึกษาในกรณีที่สงสัยหรือตรวจพบว่าทารกในครรภ์มีภาวะผิดปกติ • การตรวจวินิจฉัยก่อนคลอดเพื่อคัดกรองและวินิจฉัยความผิดปกติของทารกในครรภ์ ซึ่งรวมถึงการเก็บสิ่งส่งตรวจต่างๆจากในครรภ์ เช่น การเจาะชิ้นเนื้อรก การเจาะน้ำคร่ำ และการเจาะเลือดสายสะดือทารก • การดูแลสตรีตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีโรคประจำตัวที่อาจมีผลต่อการตั้งครรภ์ โดยให้คำปรึกษาตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ การดูแลในระหว่างฝากครรภ์ ระยะคลอดและหลังคลอด • ให้การรักษาทารกในครรภ์ที่มีความผิดปกติบางชนิดที่สามารถให้การช่วยเหลือหรือแก้ไขได้ตั้งแต่ก่อนคลอด หลังจากที่ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการให้การดูแลสตรีตั้งครรภ์และการฝึกอบรมก็จะต้องผ่านการสอบและรับรองโดยราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยจึงจะได้รับวุฒิบัตรจากแพทยสภา เป็นยังไงกันบ้างคะ ได้รู้จักแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มนี้กันมากขึ้นแล้วนะคะ พบกันใหม่ในโอกาสหน้านะคะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านสาระความรู้จากเพจของเรามาตลอดค่ะ #แอดมินหมอยูริ

Read more
3c6c50a3e9a980e3daa40a0b3b640d7b

PANORAMA

  • 0 comments
Read more
maternity_1804315b

ตรวจเลือดก่อนแต่งงาน/ก่อนตั้งครรภ์/ตอนฝากท้องครั้งแรก

  • 0 comments

สวัสดีค่ะ ขอเริ่มต้นทำความรู้จักกันด้วยบทความที่เป็นความรู้พื้นฐานที่หลายๆ คนอาจจะยังสงสัยอยู่นะคะ ว่าในการตรวจเลือดก่อนแต่งงานหรือก่อนตั้งครรภ์หรือแม้แต่ตอนมาฝากท้องครั้งแรกเค้าตรวจอะไรกันบ้าง เหมือนหรือต่างจากการตรวจเลือดปกติยังไง … มาดูกันค่ะ … #การตรวจพื้นฐาน – เหมือนการตรวจสุขภาพทั่วไป โดยจะตรวจดังนี้ 1. ตรวจนับเม็ดเลือด (Complete blood count หรือ CBC) เพื่อดูลักษณะและปริมาณของเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด ว่าอยู่ในค่าปกติหรือไม่ 2. ตรวจหมู่เลือด ซึ่งที่คนทั่วไปรู้จักดี คือ หมู่เลือด ABO แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีหมู่เลือดย่อยอีกมากมาย ที่เราจะตรวจกันเพิ่มก็คือ หมู่ Rh ซึ่งจะรายงานผลเป็น “บวก” กับ “ลบ” ซึ่งคนไทยส่วนใหญจะเป็นบวกค่ะ แต่เป็นลบก็ไม่ใช่ว่าผิดปกตินะคะ เพียงแต่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษในระหว่างตั้งครรภ์กรณีที่สามีเป็นบวกค่ะ 3. การตรวจพิเศษอื่นๆ เช่น การทำงานของตับ การทำงานของไต จะไม่ได้ตรวจทุกคนค่ะ ขึ้นกับสุขภาพและโรคประจำตัวของคนนั้นๆ #ตรวจคัดกรองพาหะโรคเลือดจางธาลัสซีเมียในคู่สมรส เนื่องจากคนเอเชียเป็นพาหะโรคเลือดจางธาลัสกันเยอะมาก ประมาณร้อยละ 30-40 ของประชากร ดังนั้นจึงต้องตรวจคัดกรองเพื่อหาคู่เสี่ยงที่จะ “มีโอกาส”

Read more
d92ccb5fe120887d86d93b0ceda94148

ตอนที่ 2 อาหารสำหรับคุณแม่ 

  • 0 comments

วันนี้มาดูกันต่อว่าคุณแม่ควรเลือกกินอาหารอย่างไร และอาหารชนิดไหนบ้างที่ควรกินและไม่ควรกิน 

โดยทั่วไปคุณแม่จะต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นจากปกติ ประมาณ 300 กิโลแคลอรีต่อวัน ในคุณแม่ที่ BMI ปกติก่อนตั้งครรภ์ (BMI คืออะไรและคำนวณอย่างไร อ่านได้ในบทความ “กินอย่างไร ไม่ทำร้ายลูกในท้อง” นะคะ) เรามาดูอาหารแต่ละชนิดเลยดีกว่า 1. ผักและผลไม้ คุณแม่จำเป็นต้องกินผักและผลไม้ให้เพียงพอ เนื่องจากผักและผลไม้จะมีวิตามินที่จำเป็น เช่น โฟเลต, วิตามินซี, วิตามินเอและสารอาหารจำเป็นอื่นๆ นอกจากนี้การกินอาหารที่มี fiber สูงจะช่วยลดความเสี่ยงที่น้ำหนักจะเพิ่มเกินเกณฑ์มาตรฐานในระหว่างตั้งครรภ์อีกด้วย โดยทั่วไปควรรับประทานผักและผลไม้ประมาณ 7 servings ต่อวัน โดย 1 serving จะเทียบได้กับ แอปเปิ้ลลูกขนาดกลาง 1 ลูก, กล้วยขนาดกลาง 1 ผล, หรือผักสด 1 ถ้วย เป็นต้น 2. คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrates) ควรจะรับประทานอยู่ระหว่าง 45-64% ของแคลอรีที่ได้รับต่อวัน โดยคาร์โบไฮเดรตที่ควรรับประทานควรจะเป็นรูปแบบของ Whole Grain คือธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือผ่านการขัดสีน้อยมาก เช่น

Read more
pregnant-woman

กินอย่างไร ไม่ทำร้ายลูกในท้อง

  • 0 comments

ตอนที่ 1: การเพิ่มน้ำหนักของแม่ในช่วงตั้งครรภ์

เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงเคยได้ยินคนในครอบครัว, เพื่อนร่วมงาน หรือ comment ใน social network บอกว่า “ตอนท้องก็กินๆ ไปเลย ไม่ต้องกลัวอ้วน เดี๋ยวคลอดก็ลด” “คนท้องต้องขุนเยอะๆ เดี๋ยวลูกไม่โต” อะไรทำนองนี้บ่อยๆ วันนี้เราจะมาดูกันว่าที่เค้าพูดแบบนั้น จริงมั๊ย

น้ำหนักของคุณแม่ควรจะเพิ่มเท่าไหร่ … จะไม่เท่ากันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์คะ โดยจะคิดจาก Body mass index หรือ BMI โดยคิดจาก น้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง 

คิดได้แล้วก็ตามมาดูต่อเลยค่ะ … น้ำหนักที่ควรเพิ่มตลอดการตั้งครรภ์ เป็นดังนี้ Low BMI < 19.8 น้ำหนักควรจะเพิ่มระหว่าง 12.5-18 กิโลกรัม Normal BMI 19.8-26 น้ำหนักควรจะเพิ่มระหว่าง 11.5-16 กิโลกรัม High BMI 26-29 น้ำหนักควรจะเพิ่มระหว่าง 7-11.5 กิโลกรัม อ้วน

Read more