กินอย่างไร ไม่ทำร้ายลูกในท้อง
  • 0 comments
pregnant-woman

ตอนที่ 1: การเพิ่มน้ำหนักของแม่ในช่วงตั้งครรภ์

เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงเคยได้ยินคนในครอบครัว, เพื่อนร่วมงาน หรือ comment ใน social network บอกว่า “ตอนท้องก็กินๆ ไปเลย ไม่ต้องกลัวอ้วน เดี๋ยวคลอดก็ลด” “คนท้องต้องขุนเยอะๆ เดี๋ยวลูกไม่โต” อะไรทำนองนี้บ่อยๆ วันนี้เราจะมาดูกันว่าที่เค้าพูดแบบนั้น จริงมั๊ย

น้ำหนักของคุณแม่ควรจะเพิ่มเท่าไหร่ … จะไม่เท่ากันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์คะ

โดยจะคิดจาก Body mass index หรือ BMI โดยคิดจาก น้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง 

คิดได้แล้วก็ตามมาดูต่อเลยค่ะ … น้ำหนักที่ควรเพิ่มตลอดการตั้งครรภ์ เป็นดังนี้

Low BMI < 19.8 น้ำหนักควรจะเพิ่มระหว่าง 12.5-18 กิโลกรัม

Normal BMI 19.8-26 น้ำหนักควรจะเพิ่มระหว่าง 11.5-16 กิโลกรัม

High BMI 26-29 น้ำหนักควรจะเพิ่มระหว่าง 7-11.5 กิโลกรัม

อ้วน BMI > 29 น้ำหนักควรจะเพิ่มประมาณ 7 กิโลกรัม

สรุปง่ายๆ ก็คือ น้ำหนักควรจะเพิ่มน้อยในคนที่อ้วนหรือน้ำหนักเกินอยู่แล้ว และน้ำหนักควรจะเพิ่มมากขึ้นในคนที่น้ำหนักตัวน้อย

ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์น้ำหนักจะยังไม่ขึ้นหรือบางคนน้ำหนักลดเพราะแพ้ท้อง ก็ไม่ต้องกังวลนะคะ โดยทั่วไปน้ำหนักของคุณแม่จะเริ่มขึ้นในช่วงหลังจากไตรมาสแรก (หลังจากอายุครรภ์ 14 สัปดาห์) และจะเพิ่มมากขึ้นประมาณสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัมในไตรมาสที่ 3 (หลังจาก 28 สัปดาห์) ไปแล้ว

โดยทั่วไปการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์แบ่งออกเป็น 3 ช่วง

– ช่วงที่ 1 ก่อนอายุครรภ์ 16 สัปดาห์ จะมีการเพิ่ม “จำนวน” เซลล์ (cellular hyperplasia) อย่างรวดเร็ว น้ำหนักตัวทารกจะเพิ่มประมาณ 5 กรัมต่อวันที่อายุครรภ์ 15 สัปดาห์

– ช่วงที่ 2 ตั้งแต่ 16 สัปดาห์ถึง 32 สัปดาห์ จะมีการเพิ่มทั้ง “ขนาด” และ “จำนวน” ของเซลล์ (cellular hypertrophy และ hyperplasia) ในร่างกาย น้ำหนักตัวทารกจะเพิ่มประมาณ 15-20 กรัมต่อวันที่อายุครรภ์ 24 สัปดาห์

– ช่วงที่ 3 หลังจากอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ จะเพิ่ม “ขนาด” ของเซลล์ (cellular hypertrophy) ซึ่งน้ำหนักตัวทารกจะเพิ่มประมาณ 30-35 กรัมที่ 34 สัปดาห์

หลังคลอดน้ำหนักคุณแม่จะลดลง ประมาณ 5.5 กิโลกรัมหลังคลอด ลดประมาณ 4 กิโลกรัม ในระหว่างหลังคลอด ถึงสองสัปดาห์ และลดประมาณ 2.5 กิโลกรัม ในช่วงสองถึงหกสัปดาห์หลังคลอด

คุณแม่ไม่ควรจะเพิ่มน้ำหนักมากเกินไปในระหว่างการฝากครรภ์ นอกจากจะทำให้คุณแม่น้ำหนักเกินแล้ว ในปัจจุบันยังมีความเชื่อเกี่ยวกับ fetal programming ซึ่งเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมในระหว่างการตั้งครรภ์ (intrapartum environment) จะส่งผลต่อการเกิดโรคทารกในอนาคตได้ เช่น ถ้าแม่อ้วนหรือน้ำหนักขึ้นเยอะ หรือทานอาหารที่มีแป้งและไขมันเยอะในระหว่างตั้งครรภ์ จะทำให้ลูกมีโอกาสเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน และกลุ่มโรคทางเมแทบอลึซึม (metabolic syndrome) ได้ในอนาคต 

ดังนั้น คุณแม่อย่าตามใจปาก ตามใจคนรอบข้างมากเกินไปนะคะ อย่าคิดว่ากินไปเดี๋ยวค่อยลด เพราะไม่ใช่แค่ส่งผลกระทบกับคุณเท่านั้น แต่ยังส่งผลกับอนาคตของลูกคุณด้วย 

แต่ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ใน “ทางสายกลาง” น้ำหนักควรจะเพิ่มอย่างเหมาะสม ไม่มากหรือไม่น้อยเกินไป และคนที่อ้วนก็ไม่ควรจะลดน้ำหนักในช่วงที่ตั้งครรภ์นะคะ และควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่นะคะ

 

หมอเมษ์ @ ใกล้มิตรชิดหมอ

Reference:

1.Williams obstetrics 23rd edition, 2010

2.Creasy & Resnik’s maternal-fetal medicine : principles and practice 6th edition, 2009

Share Social

About the Author: aboutusc_wp

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *